วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Google Chrome Browser

Google Chrome ป็นซอฟต์แวร์เว็บเบราว์เซอร์แบบโอเพนซอร์ซ พัฒนาโดยกูเกิล ใช้เว็บคิตเป็นเรนเดอริงเอนจินสำหรับวาดหน้าจอ และนำบางส่วนจากเว็บเบราว์เซอร์ไฟร์ฟอกซ์มาพัฒนาต่อ
โครมมีให้ดาวน์โหลดเพื่อทดสอบใช้งานสำหรับวินโดวส์ และมีภาษาที่ให้ใช้ได้มากกว่า 50 ภาษารวมถึงภาษาไทย รุ่นสำหรับแมคโอเอส และ ลินุกซ์ นั้นกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งจะเปิดให้ทดสอบในอนาคต
โครมเป็นตัวพัฒนาจากโค้ดของซอฟต์แวร์ โครเมียม ซึ่งใช้สัญลักษณ์เดียวกัน แต่คนละสี




ตั้งแต่กูเกิล โครมออกมามีการถกเถียงถึงประสิทธิภาพและความเร็วในการทำงานอย่างกว้างขวางในหลายมุมมอง โดยนิวยอร์กไทมส์ และ Wall Street Journal กล่าวว่าเป็นเบราว์เซอร์ที่ดูสะอาดตา ดาวโหลดมาใช้ได้ง่าย มีระบบที่รักษาความปลอดภัยที่ดี มีความเร็วในการใช้งานมากกว่า อินเทอร์เน็ตเอกซ์พลอเรอร์ แต่ยังช้ากว่า ไฟร์ฟอกซ์ และ ซาฟารี ในขณะที่ทางซีเน็ต และเว็บไซต์ FOX NEWS ได้แสดงผลลัพธ์ว่าโครมเร็วกว่า ไออี ไฟร์ฟอกซ์ และซาฟารี เช่นเดียวกับทางบล็อกของมอซิลลาผู้สร้างโปรแกรมไฟร์ฟอกซ์ ออกข่าวว่า โครมนั้นเร็วกว่าไฟร์ฟอกซ์รุ่นปัจจุบัน (3.0.1) แต่ไฟร์ฟอกซ์รุ่น 3.1 ที่จะออกมาจะเร็วกว่าโครม กูเกิล โครมยังพบปัญหาบางอย่างเช่น ตำแหน่งของลูกศรเมื่อทำการพิมพ์ อาจมีการผิดเพี้ยนไปบ้าง เมื่อทำการคัดลอกข้อความใดๆ ด้วยการทำแถบสี อาจจะประสบปัญหาไม่สามารถคัดลอกได้ทั้งประโยค เป็นต้น

วิธีค้นหาใน Chrome

ใช้แถบที่อยู่เว็บเพื่อค้นเว็บ ค้นหาบุ๊กมาร์ก และประวัติการเข้าชมของคุณ เพียงพิมพ์ข้อความค้นหาลงในแถบที่อยู่เว็บ แล้วกด Enter เพื่อดูผลลัพธ์จากเครื่องมือค้นหาเริ่มต้นของคุณ
ต่อไปนี้คือวิธีที่คุณสามารถค้นหาใน Google Chrome คำแนะนำเหล่านี้สามารถใช้กับ Google Chrome บน Windows, Mac, Linux และ Chrome OS ได้
  • ค้นหาเฉพาะไซต์ (แท็บเพื่อค้นหา)
    พิมพ์ที่อยู่เว็บไซต์ที่คุณต้องการค้นหาในแถบที่อยู่เว็บ หาก Google Chrome มีข้อมูลเครื่องมือค้นหาของไซต์ดังกล่าว จะปรากฏตัวเลือกสำหรับค้นหาไซต์นั้นให้แก่คุณโดยอัตโนมัติ หากคุณจำคำหลักของเครื่องมือค้นหาได้ คุณยังสามารถพิมพ์คำหลักนั้นในแถบที่อยู่เว็บได้ด้วย กดแท็บเพื่อเลือกเครื่องมือค้นหา แล้วพิมพ์ข้อความค้นหาของคุณ จากนั้นกด Enter
  • ค้นหาในหน้าเว็บ
    ใช้แถบค้นหาเพื่อค้นหาคำหรือข้อความเฉพาะบนหน้าเว็บที่คุณกำลังดูอยู่ กดแป้นพิมพ์ลัด  Ctrl+F (Windows , Linux และ Chrome OS) และ ⌘-F (Mac) เพื่อเปิดแถบค้นหาบนหน้าเว็บนั้น
  • ค้นหาประวัติการเข้าชม ดาวน์โหลด และบุ๊กมาร์ก
    นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้ช่องค้นหาที่ด้านบนของหน้าประวัติการเข้าชม หน้าดาวน์โหลด และการจัดการบุ๊กมาร์กเพื่อค้นหาประวัติการเข้าชม ประวัติการดาวน์โหลด และบุ๊กมาร์กตามลำดับ ทรัพยากรเหล่านี้พร้อมใช้งานผ่านทางเมนู Chrome Chrome menu ในแถบเครื่องมือของเบราว์เซอร์
  • ค้นหาโดยการคลิกขวา
    เน้นสีข้อความหรือรูปภาพใดก็ได้ในหน้าเว็บด้วยเคอร์เซอร์ของคุณ คลิกขวา (หรือ Control-click สำหรับ Mac) แล้วเลือกตัวเลือกเพื่อค้นหาข้อความหรือรูปภาพที่เน้นสี
  • วางและค้นหา
    ลากเคอร์เซอร์เพื่อไฮไลต์ข้อความใดก็ได้บนหน้าเว็บ แล้วคัดลอกข้อความนั้น เมื่อเรียบร้อยแล้ว ให้คลิกขวา (หรือ Control-click สำหรับ Mac) ที่แถบที่อยู่เว็บ แล้วเลือกวางและค้นหา
  • ค้นหาแบบไฮไลต์แล้วลาก (Windows และ Linux เท่านั้น)
    ไฮไลต์ข้อความบนหน้าเว็บด้วยเคอร์เซอร์และลากไปยังแถบที่อยู่เว็บ Google Chrome จะแสดงผลการค้นหาโดยอัตโนมัติจากเครื่องมือค้นหาเริ่มต้นของคุณสำหรับข้อความที่คุณไฮไลต์



Credit : th.wikipedia.org/wiki/กูเกิล_โครม
https://support.google.com/chrome/answer/95655?hl=th&ref_topic=14676

วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Web browser

Web browser คือ
“โปรแกรมที่ใช้สำหรับท่องอินเทอร์เน็ต (sufring the Internet) คือใช้ในการเปิด web page และอย่างอื่นอีกมาก” - http://www.vcharkarn.com/vblog/36733
“โปรแกรมที่ใช้สำหรับเป็นประตูเปิดเข้าสู่โลก WWW (World Wide Web) หรือพูดกันอย่างง่ายก็คือโปรแกรม
ที่ใช้สำหรับเล่นอินเทอร์เน็ตที่เรานิยมใช้กันอยู่ทุกวันนี้ โดยเว็บเบราว์เซอร ์ (Web Browser) จะเข้าใจในภาษาHTML นี้คือเหตุผลว่าทำไมต้องใช้ภาษา HTML ในการสร้างเว็บเพจ เพราะโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์นั่นสามารถเข้าใจ และสามารถทำงานตามคำสั่งของภาษา HTMLได้” - http://school.obec.go.th/pp_school/html/browser.html
“โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลและโต้ตอบกับข้อมูลสารสนเทศที่จัดเก็บในหน้าเวบที่สร้างด้วยภาษาเฉพาะ เช่น ภาษาเอชทีเอ็มแอล (html) ที่จัดเก็บไว้ที่ระบบบริการเว็บหรือเว็บเซิร์ฟเวอร์ หรือระบบคลังข้อมูลอื่นๆ โดยโปรแกรมค้นดูเว็บเปรียบเสมือนเครื่องมือในการติดต่อกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เรียกว่าเวิลด์ไวด์เว็บ” - http://www.mindphp.com + http://th.wikipedia.org


กลไกการทำงานของเว็บเพจ

 สำหรับเว็บเพจธรรมดาที่โดยปกติมีนามสกุลของไฟล์เป็น htm หรือ html นั้น เมื่อเราใช้เว็บบราวเซอร์เปิดดูเว็บเพจใด เว็บเซิร์ฟเวอร์ก็จะส่งเว็บเพจนั้นกลับมายังบราวเซอร์ จากนั้นบราวเซอร์จะแสดงผลไปตามคำสั่งภาษา HTML (Hypertext Markup Language) ที่อยู่ในไฟล์

    จะเห็นได้ว่าเว็บเพจดังรูปเป็นเว็บเพจที่มีลักษณะ static กล่าวคือ ผู้ใช้จะพบกับเว็บเพจหน้าตาเดิมๆ ทุกครั้งจนกว่าผู้ดูแลเว็บจะทำการปรับปรุงเว็บเพจนั้น นี่คือข้อจำกัดอันมีต้นเหตุมาจากภาษา HTML ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้อธิบายหน้าตาของเว็บเพจ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ HTML สามารถกำหนดให้เว็บเพจมีหน้าตาอย่างที่เราต้องการได้ แต่ไม่ช่วยให้เว็บเพจมี "ความฉลาด" ได้

     การสร้างเว็บเพจที่มีความฉลาดสามารถทำได้หลายวิธีด้วยกัน หนึ่งในนั้นก็คือ การฝังสคริปต์หรือชุดคำสั่งที่ทำงานทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์ (server-side script) ไว้ในเว็บเพจ

     จากรูปเป็นการทำงานของเว็บเพจที่ฝังสคริปต์ภาษา PHP ไว้ (ขอเรียกว่า ไฟล์ PHP) เมื่อเว็บบราวเซอร์ร้องขอไฟล์ PHP ไฟล์ใด เว็บเซิร์ฟเวอร์จะเรียก PHP engine ขึ้นมาแปล (interpret) และประมวลผลคำสั่งที่อยู่ในไฟล์ PHP นั้น โดยอาจมีการดึงข้อมูลจากฐานข้อมูล หรือเขียนข้อมูลลงไปยังฐานข้อมูลด้วย หลังจากนั้นผลลัพธ์ในรูปแบบ HTML จะถูกส่งกลับไปยังบราวเซอร์ บราวเซอร์ก็จะแสดงผลตามคำสั่ง HTML ที่ได้รับมา ซึ่งย่อมไม่มีคำสั่ง PHP ใดๆ หลงเหลืออยู่ เนื่องจากถูกแปลและประมวลผลโดย PHP engine ที่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ไปหมดแล้ว

ให้สังเกตว่าการทำงานของบราวเซอร์ในกรณีนี้ไม่ต่างจากกรณีของเว็บเพจธรรมดาที่ได้อธิบายไปก่อนหน้านี้เลย เพราะสิ่งที่บราวเซอร์ต้องกระทำคือ การร้องขอไฟล์จากเว็บเซิร์ฟเวอร์ จากนั้นก็รอรับผลลัพธ์กลับมาแล้วแสดงผล ความแตกต่างจริงๆ อยู่ที่การทำงานทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งกรณีหลังนี้ เว็บเพจที่เป็นไฟล์ PHP จะผ่านการประมวลผลก่อน แทนที่จะถูกส่งไปยังบราวเซอร์เลยทันที

การฝังสคริปต์ PHP ไว้ในเว็บเพจ ช่วยให้เราสร้างเว็บเพจแบบ dynamic ได้ ซึ่งหมายถึงเว็บเพจที่มีเนื้อหาสาระและหน้าตาเปลี่ยนแปลงไปได้ในแต่ละครั้งที่ผู้ใช้เปิดดู โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขต่างๆ เช่น ข้อมูลที่ผู้ใช้ส่งมาให้ หรือข้อมูลในฐานข้อมูล เป็นต้น



ตัวอย่าง Web Browser